ย้อนกลับ
ถุงยางอนามัยของผู้หญิงก็มีด้วยหรอ

ถุงยางอนามัยของผู้หญิงก็มีด้วยหรอ

42 view
15 ส.ค. 2565

ขณะที่มียา ไวอากร้า ออกมาแล้วและถุงยางก็มีมากขึ้นในปัจจุบัน ในสังคมประเทศไทยงานวิจัยระบุว่า คนไทยที่มีความต้องการทางเพศมากที่สุดก็คือ พนักงานออฟฟิศโดยเฉพาะผู้หญิง เรื่องราววันนี้ก็คือถุงยางอนามัยผู้หญิง

ถุงยางอนามัยผู้หญิง

ถุงยางผู้หญิง หรือ ถุงยางอนามัยผู้หญิง หรือ ถุงยางอนามัยสตรี (Female condom) มีการผลิตขึ้นมาใช้นานแล้วครับ โดยผ่านการรับรองจาก FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) เมื่อปี ค.ศ.1993 (พ.ศ.2546)

แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเหมือนถุงยางอนามัยผู้ชายที่ผลิตมาจากยางธรรมชาติ (Rubber latex) เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่ค่อยคุ้นเคยกับถุงยางสตรีที่ผลิตมาจากสารสังเคราะห์ (Polyurethane) ที่อ่อนนุ่มยืดหยุ่นได้ และหาซื้อได้ยากพอสมควร

แม้ว่าถุงยางจะมีความบางและยืดหยุ่นได้ดี และไม่เกิดการระคายเคืองต่อผู้ใช้ทั้งชายและหญิงก็ตาม

ถุงยางอนามัยของสตรี เป็นอุปกรณ์ที่มีไว้ใช้สำหรับสอดเข้าไปภายในช่องคลอดของสตรีก่อนที่จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิผ่านเข้าสู่โพรงมดลูก ( หลักการเดียวกับถุงยางอนามัยชาย )

โดยลักษณะของถุงยางอนามัยสตรีจะมีความยาว 6.5 นิ้ว หรือยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ที่ปลายถุงทั้งสองด้านมีห่วงยางหรือวงแหวนยืดหยุ่น 2 วง ห่วงจะมีลักษณะแข็งกว่าส่วนอื่น มีไว้เพื่อให้เกิดความกระชับและเพื่อให้คงรูปร่างไว้ได้ในขณะใช้งาน ปลายถุงด้านหนึ่งตันเพื่อใช้สอดเข้าไปในช่องคลอด ส่วนปลายถุงอีกด้านหนึ่งจะเป็นปลายเปิด ยื่นออกมานอกช่องคลอด ภายในถุงยางจะมีน้ำยาหล่อลื่น แต่ไม่มียาฆ่าเชื้ออสุจิ นั้นเอง

ประโยชน์ของถุงยางอนามัยสตรี

ถุงยางอนามัยสตรีมีหลักการเดียวกับถุงยางอนามัยชาย คือ สามารถใช้คุมกำเนิดและช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ เช่น ซิฟิลิส หนองใน เอดส์ เป็นต้น ซึ่งการคุมกำเนิดโดยใช้วิธีนี้จะดีกว่าการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิด การทำหมัน ฯลฯ ในเรื่องของการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัยสตรี

แล้วประสิทธิภาพของมันละ มีคุณภาพขนาดไหน  ตามหลักแล้วการใช้ถุงยางอนามัยสตรีอย่างถูกต้อง (Perfect use) จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 5% ซึ่งหมายความว่า จำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยการใช้ถุงยางอนามัยสตรี จำนวน 100 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 5 คน

ถุงยางอนามัยสตรีเหมาะกับใคร

  1. ผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดทั้งแบบชั่วคราวหรือแบบฉุกเฉินโดยที่ไม่ได้กินยาคุมกำเนิดมาก่อน
  2. เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้หรือรู้สึกไวต่อถุงยางอนามัยแบบลาเทกซ์
  3. สตรีที่ตัวเองมีโรคหรือสามีมีโรคที่สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส หนองใน เป็นโรคไวรัสตับอักเสบ ติดเชื้อเอชไอวี ฯลฯ
  4. สตรีที่มีการคุมกำเนิดในรูปแบบอื่นอยู่แล้ว แต่อยากป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มเติมด้วย เช่น ฉีดยาคุมกำเนิด หรือรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดมาก่อนอยู่แล้ว

วิธีใส่ถุงยางอนามัยสตรี

ในขั้นตอนแรกของการใส่ถุงยางอนามัยสตรี โปรดจำไว้ว่าจะต้องใส่ถุงยางเข้าไปในช่องคลอดก่อนการมีเพศสัมพันธ์ จะใส่ไว้รอล่วงหน้าก็ได้ครับ ซึ่งในกรณีนี้จะแตกต่างจากถุงยางอนามัยผู้ชายตรงที่ต้องใส่ในขณะที่อวัยวะเพศกำลังแข็งตัวเต็มที่ โดยมีขั้นตอนการใส่ดังนี้ครับ

  • ให้ล้างมือให้สะอาดแล้วแกะถุงยางอนามัยออกจากซอง หลังฉีกซองเสร็จแล้ว ให้ทาสารหล่อลื่นที่ถุงยางอนามัย จะใช้สารหล่อลื่นชนิดใดก็ได้ เพราะถุงยางอนามัยสตรีนั้นทำมาจากสารสังเคราะห์ (Polyurethane) ที่สามารถใช้ร่วมกับสารหล่อลื่นหรือตัวยาที่มีส่วนผสมของน้ำมันได้โดยไม่ทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมคุณภาพหรือฉีกขาดได้เหมือนถุงยางอนามัยชาย
  • เลือกท่าใส่ที่สบาย โดยอาจจะเป็นท่ายืนแยกขาเล็กน้อย ท่ายืนแบบยกขา 1 ข้าง (วางขาบนเก้าอี้) ท่านั่งยอง ๆ หรือเป็นท่านอนชันเข่าก็ได้ครับตามแต่จะสะดวก แล้วให้ใช้นิ้วมือด้านที่ถนัดจับห่วงยาง (ด้านนอก) ตรงด้านที่ปลายตัน แล้วบีบห่วงยางเข้าหากันให้มีรูปร่างเล็กลง แล้วจึงค่อย ๆ สอดใส่เข้าไปในช่องคลอดให้ลึกพอประมาณ และให้ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางสอดเข้าไปภายในถุงยางพร้อมกับดันให้ก้นถุงยางเข้าไปอยู่ในช่องคลอดให้ลึกที่สุดจนชนปากมดลูก พอเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วก็ค่อย ๆ จัดระเบียบให้ถุงยางที่สอดเข้าไปด้านในไม่บิดเบี้ยวและจัดให้ขอบห่วงที่อยู่ภายนอก (ด้านปลายเปิด) ให้ครอบอยู่ที่ปากช่องคลอดพอดี แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย
  • ในขั้นตอนการถอดถุงยางอนามัยสตรี หลังจากมีเพศสัมพันธ์เสร็จแล้วและมีน้ำอสุจิอยู่ในถุง ให้ใช้นิ้วจับห่วงที่อยู่ภายนอกแล้วบิดปากถุงประมาณ 3-4 รอบให้สนิท เพื่อให้เชื้ออสุจิอยู่ในถุง แล้วจึงค่อย ๆ ดึงถุงยางออกมาจากช่องคลอด จากนั้นห่อด้วยกระดาษหรือทิชชูให้มิดชิดก่อนจะนำไปทิ้งขยะ ถ้าเลือกได้ให้เลือกถังขยะติดเชื้อจะดีที่สุด และไม่ควรทิ้งถุงยางอนามัยลงในชักโครก เพราะจะทำให้ชักโครกตันได้

ข้อดีของถุงยางอนามัยสตรี

  • ใช้คุมกำเนิดหรือป้องกันการตั้งครรภ์ได้
  • ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้เช่นเดียวกับการใช้ถุงยางอนามัย เช่น ซิฟิลิส หนองใน ไวรัสตับอักเสบบี เอดส์
  • มีความปลอดภัย ไม่มีผลต่อสุขภาพและต่อภาวะการเจริญพันธุ์ของผู้หญิง เพราะไม่เกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนในร่างกาย จึงทำให้ไม่มีผลข้างเคียงจากฮอร์โมน ประจำเดือนมาตามปกติ
  • มีความทนทานมากกว่าถุงยางอนามัยชาย และสามารถใช้ร่วมกับเจลหล่อลื่นที่เป็นน้ำมันได้
  • เมื่อหยุดใช้ ก็สามารถมีลูกได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ

ข้อเสียของถุงยางอนามัยสตรี

  • มีอัตราการล้มเหลวสูงจากการคุมกำเนิด หากใช้อย่างไม่ถูกวิธี
  • ต้องใช้ทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หาซื้อได้ยาก และมีราคาแพงกว่าถุงยางอนามัยชาย
  • ขั้นตอนการใส่ค่อนข้างยุ่งยากเล็กน้อย การสอดถุงยางอาจจะมีความลำบากสำหรับบางคน
  • ในบางครั้งฝ่ายชายอาจสอดใส่เข้าไปผิดตำแหน่งในขณะร่วมเพศได้

วันนี้ความรู้เต็มอิ่มก้นเลยทีเดียวจากขอมูลที่เราหามาได้ หลังจากที่เรารู้จักกับถุงยางแบบผู้ชายไปแล้ว วันนี้เรามาทำความรู้จักถุงยางแบบผู้หญิงกันอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามใครที่มีปัญหาเรื่องเพศหรือคู่รักบนเตียง 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง