ย้อนกลับ
ความแตกต่างของ Viagra & Cialis & Levitra

ความแตกต่างของ Viagra & Cialis & Levitra

34 view
14 ส.ค. 2565

หลายคนมีคำถามในหัวมากมายเกี่ยวกับเรื่องการใช้ยา ไวอากร้า ( Viagra ) หรือยาเสริมสมรรถภาพ เพราะอยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับยาชนิดไหน จะได้ตัดสินใจซื้อได้ถูกต้อง บทความนี้ช่วยคุณได้

ภาวะหย่อนสมรรถภาพหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า ED เป็นภาวะที่อวัยวะเพศนั้นไม่สามารถที่จะแข็งตัวได้ให้ขณะที่กำลังมีกิจกรรมบนเตียง ส่งผลให้เหล่านักรบชายตั้งคำถาม ในยาแต่ละตัวต่างกันยังไง ผลที่ได้ออกฤทธิ์เหมือนกันหรือไม่ วันนี้ทีมงาน Viagra4thai  จะมาไขข้อสงสัยคำถามเหล่านี้ให้เหล่านักรบได้ทราบกัน

ยาชนิดไหน ออกฤทธิ์เร็วกว่าชนิดอื่น ๆ ?

ต้องอธิบายก่อนว่า ยาเหล่านี้จริง ๆ แล้วสรรพคุณของมันคือ รักษาภาวะ Erectile dysfunction ( ED ) หรือ ภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ซึ่งยาที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา ( อย. ) มี 3 ชนิดได้แก่

  1. Sildenafil acetate ( Viagra )
  2. Vardenafil hydrochloride ( Levitra )
  3. Tadalafil ( Cialis )

จากข้อมูลทางการแพทย์มีการแนะนำ และชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า ควรที่จะได้รับการปรึกษาจากแพทย์ก่อนใกล้ชิด ไม่ควรที่จะซื้อหานำมาใช้เอง คุณสามารถปรึกษาได้เลย เนื่องจากในผู้ใช้แต่ละคนนั้นมีภาวะต้านทานของตัวยาที่ไม่เท่ากันจึงไม่สามารถบอกได้ชี้ชัดว่ายานั้น จะได้ผลกับผู้ใช้ได้อย่าง 100%

การออกฤทธิ์ของยาเป็นอย่างไร ?

ยาทั้ง 3 ชนิด ที่กล่าวไปข้างต้น เป็นยาที่จัดอยู่ในตะกูลเดียวกันยาทั้ง 3 ตัว โดยฤทธิ์สรรพคุณคือ จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของ Penile-specific phosphodiesterase type 5 ( PDE-5 ) ทำให้เพิ่มสารที่ชื่อ Nitric oxide-cyclic ( GMP ) ส่งผลทำให้เส้นเลือดขยาย และกล้ามเนื้อของอวัยวะเพศชายขยายตัว

ซึ่งยาดังกล่าวใช้ได้ผลดี และออกฤทธิ์ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวจนใช้งานได้ ร้อยละ 50-90 แล้ว แต่จะศึกษาวิจัยในคนกลุ่มไหน เช่น ในกลุ่มคนที่เป็นโรคเบาหวาน อาจจะได้ผลดี เพียงร้อยละ 50-60 ขณะที่กลุ่มคนที่ไม่มีโรค ได้ผลดีร้อยละ 90

ยาแต่ละตัวแตกต่างกันไหม ?

ไวอากร้า ( Viagra ) ได้ผ่านการรับรองอย่างแพร่หลาย มายาวนานกว่า 20 ปี โดย อย. ของอเมริกา รับรอง ตั้งแต่ปี 1998 จึงได้เปรียบ และมีข้อมูลการใช้ยามากกว่า 2 ชนิดที่อ้างอิง Levitra และ Cialis ซึ่งรับรอง ( ตั้งแต่ปี 2003 ) หรือราว ๆ 11 ปี โดยยาทั้ง 3 ตัว มีข้อดีกว่ายาฉีด ซึ่งฉีดปุ๊บอวัยวะเพศจะแข็งปั๊บ ต้องมีการกระตุ้นทางเพศจึงจะมีการแข็งตัว โดยรายละเอียดอาจจะต่างกันบ้าง เช่น

  • ต้องใช้ ไวอากร้า ( Viagra ) ขนาด 50 – 100 มิลลิกรัม ในขณะท้องว่าง และระมัดระวังไม่กินอาหารมีไขมัน 1 ชั่วโมง ก่อนมีเพศสัมพันธ์
  • ต้องใช้ Levitra ขนาด 10 – 20 มิลลิกรัม ไม่ต้องงดอาหารแต่ระมัดระวังไม่กินอาหารมีไขมัน
  • Cialis กินขนาด 5 – 10 มิลลิกรัม ไม่เกี่ยวกับอาหาร และมีข้อดี คือ ยาออกฤทธิ์นานถึง 36 ชั่วโมง ดังนั้น สามารถวางแผนมีเพศสัมพันธ์ได้ง่ายกว่า

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ยา 3 ชนิด ที่กล่าวไว้ มีฤทธิ์การขยายเส้นเลือด ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะส่งผลให้เกิดอาการปวดหัว หน้าแดง ท้องอืด คลื่นไส้ คัดจมูก และอาจจะสงผลไปถึงการมองเห็นภาพเสื่อมลงหลังจากได้รับยา ไวอากร้า ( Viagra ) เป็นไปได้ว่าเกิดจากขาดเลือดไปเลี้ยงที่ประสาทตา ( Optic nerve ) ในขณะที่อีก 2 ชนิดยังไม่มีผลกระทบให้เห็น

ข้อควรระวังในการใช้ยาเหล่านี้

  • ห้ามใช้ยาทั้ง 3 ตัวนี้กับผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีความเสี่ยงหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจวาย หรือผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาตะกูล Nitroglycerin หรือยาที่มีส่วนผสมของไนเตรท เนื่องจากยาทำให้เส้นเลือดขยายอยู่แล้ว และจะยิ่งทำให้ความดันต่ำ เสี่ยงถึงแก่ชีวิตได้
  • ควรปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกรณ์ ก่อนใช้ยา เนื่องจาก ข้อควรระวังการใช้ยาทั้ง 3 ร่วมกับยาชนิดอื่น ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเช่น

ไม่ควรรับประทาน ไวอากร้า ( Viagra ) ร่วมกับยา Cardura ( ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ) หรือ alpha-blockers ( ยารักษาโรคต่อมลูกหมากโต ) หรือร่วมกับยาที่มีผลต่อตับ ( ไวอากร้า Viagra ถูกทำลายฤทธิ์ที่ตับ ) เช่น Erythromycin ( ยาปฏิชีวนะ ) cimetidine ( ยาลดกรด ) ketoconazole ( ยารักษาเชื้อรา )

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง